ต่อจาก
 

[BT] Narin 006 : ลูกหมา....คุณกร.....โปลิศ.....ผู้ร้าย.....คริสต์มาส

 
และเกี่ยวเนื่องกับ
 

[BT] Richard 000 : Reason

 
 
 
 
 
 
*************************
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 


 

หนึ่งปีที่ผ่านมา.... 

 


มีบางครั้งที่ฉันตื่นขึ้นมากลางดึก ด้วยความงุนงง...พร้อมคราบน้ำตาอยู่บนใบหน้า..... 

 

น่าแปลก....ทั้งที่ในความทรงจำเกี่ยวกับความฝันที่เลือนลางลางนั้น เป็นอดีตที่มีความสุข เกี่ยวกับเขาแท้ๆ... 

 

 

แล้วทำไม.......

 

 

 

ทั้งที่ในฝันมีความสุขขนาดนั้น......

 

 

 

 


 

 


ทำไมฉัน.....ถึงได้ร้องไห้.... 

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชาร์.....

 

 

 

 

คนๆนี้คือชาร์ไม่ผิดแน่.....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงเพลงบรรเลง เสียงผู้คน ทุกเสียงอื้ออึงอยู่รอบตัวฉัน  แต่ฉันกลับจับใจความของมันไม่ได้ คนทั้งงานจะมองอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้..รู้เพียงแค่ว่าตอนนี้ฉันกำลังสับสนไปหมด....

 

....ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวพร่ามัว....

 

ไม่กล้าส่งเสียง ไม่กล้าแม้แต่จะมอง เลยเอาแต่ก้มหน้า เต้นพลาดไปกี่ครั้ง เหยียบเท้าเขาไปกี่รอบแล้วก็จำไม่ได้....แต่ฉันไม่กล้าขอโทษ ไม่กล้าปริปากอะไรเลย...

 

 

 

......ถ้าฉันเปิดปากออกมา...ต้องร้องไห้แน่ๆ........ 

 

 

 

 

 

ทำไมเขาถึงมา....ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้..... 

.....ทำไมถึงทำแบบนี้.... 

 

 

 

 

 

 

“ผมขอโทษ....” 

 

 

 

 

ฉันจะไม่ร้องไห้....ฉันจะไม่มองเขา....ฉันจะไม่....

 

 

 

“ผมคงทำให้คุณลำบากใจ....” 

 

 

 

 

ทั้งที่เสียงรอบตัวมันปะปนกันไปหมด ทำไมเสียงของเขาถึงได้ชัดเจนนัก...

 

 

 

 

 

“ผมได้ข่าวจากกราเซียว่าเมืองนี้มีงาน......ผมก็เลยลองมา.........”

 

 

 

“คิดว่าคงได้เจอคุณ....”

 

 

 

 

 

แว่นของฉันมันมัวไปหมด...

 

 

 

 

“ชุดนี้ที่คุณซื้อให้....ผมไม่เคยใส่..........เพราะผมไม่อยากเป็นเขา....”

 

 

 

ในเมื่อฉันไม่โต้ตอบอะไร...เขาก็เลยพูดไปเรื่อยๆ

เราสองคนยังอยู่บนฟลอ...

 

 

 

“ที่ผมขอเลิกกับคุณ.....เพราะผมคิดว่าคุณไม่ได้รักผม...................”

 

 

“..........ผมคิดว่า คุณรักคนๆนี้.......”

 

 

 

 

 

 

“แต่ในตอนนี้...”

 

 

“......ผมรู้สึกว่า...ถึงไม่ใช่ผมก็ไม่เป็นไร......”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ผมลืมคุณไม่ได้..........”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถึงฉันก้มหน้าอยู่ แต่ก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ใกล้เข้ามา......

 

เขาโน้มลงมาข้างใบหน้าฉัน.......เสียงของเขาแหบพร่า.....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“กลับมาได้ไหม.....” 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันฝังใบหน้าเข้ากับเครื่องแบบสีแดงสดนั่น ก้มหน้าจนมิด....

 

 

ไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตา...

 

 

 

 

 

“ฮึก....” 

 

 

 

 

 

ปีกว่าแล้วแท้ๆ.....

 

 

 

 

ทำไมถึงได้.......มาเอาป่านนี้...

 

 

ฉันกำลังจะทำใจได้...ฉันกำลังปรับตัวเข้ากับเมืองนี้....

 

 

 

 

 

.....ฉันกำลังจะลืมคุณได้....... 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“.....คุณไม่สงสารฉันบ้างเลยเหรอ.....” 

 

 

 

 

เนื้อผ้าสีแดงสดชุ่มไปด้วยน้ำตาของฉัน

 

 

 

 

 

 

พวกเราไม่ได้เต้นอีกแล้ว.....

ได้แต่ยืนนิ่งอยู่กลางฟลอร์....

 

 

คู่เต้นคู่อื่นๆ.....หมุนตัวผ่านพวกเราไป...คู่แล้วคู่เล่า...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ถ้าอย่างนั้น.......คืนนี้.....ถือว่าผมมาในฐานะของ ชาร์ อัสนาเบิ้ล...” 

 

 

 

 

“....ไม่ใช่ริชาร์ด...” 

 

 

 

 

 

เขากอดฉัน....ทั้งที่ฉันยังน้ำตาไหลอยู่แบบนั้น

ฉันไม่ได้กอดเขา....

 

อ่อนแอและสับสนเกินกว่าจะโต้ตอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

“....แต่หลังจากนี้ไป....ให้ริชาร์ดติดต่อคุณบ้างได้ไหม....”

 

“เขาไม่อยากจมปลักอยู่แบบนั้นแล้ว....”

 

 

 

 

 

 

“ให้เขาได้เป็นเพื่อน.....กับคุณนะ....” 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ค่ะ...........” 

 

 

 

 

 

ฉันสะอื้นอยู่บนอกเขา ไม่สามารถพูดอะไรได้มากกว่านี้อีก....

 

 

 

 

 

 

 

....เขายิ้ม....

 

 

 

 

 

 

นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็น...ก่อนที่เขาจะถอยออกไปจากฉัน...

 

หันหลังกลับ....

 

 

 

 

หายไป.....

 

 

 

 

 

 

 

ทิ้งไว้เพียงคราบน้ำตาและความมึนงงสับสน....

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

.....ราวกับเพิ่งตื่นจากความฝัน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

วันนี้วันคริสต์มาสอีฟค่ะ....

 

 

 

และฉัน....กำลังยืนอยู่หน้าศูนย์ควบคุมสัตว์จรจัด.....

 

ฉันกลืนน้ำลายหนืดๆลงคอไป ทำไมถึงตื่นเต้นขนาดนี้กันนะ....

 

 

......ก็ไม่คิดว่าจะได้มาทำอะไรแบบนี้หรอกนะคะ....

แต่เป็นเพราะกิจกรรมจับฉลากให้ของขวัญของปีนี้น่ะสิคะ...

 

ฉันก้มลงมองกระดาษสลากในมือ

สาเหตุที่ทำให้ฉันต้องมาที่นี่ในวันแบบนี้....

 

 

 

อ่า... ของั้นหรอ.. เอาลูกหมาได้ไหมอ่ะ ..  เอ่อ แค่นั้นแหละ ฮ่าๆ 

จิตรกร วิชิตวงศ์ 

 

 

 

 

คุณจิตรกร คุณจิตรกรอีกแล้วล่ะค่ะ!!!!!

ตอนนั้นก็เคยต้องเขียนจดหมายถึงในกิจกรรมต้นฤดู ตอนนี้ก็ต้องมาให้ของขวัญอีกแล้ว อ่า..รู้สึกว่าจะเป็นน้องของคุณกานต์ ทั้งๆที่อยู่อพาร์ทเม้นต์เดียวกันแต่ก็ไม่ค่อยได้คุยกันเลยล่ะค่ะ หน้าก็ไม่ค่อยเจอด้วย เพราะว่าชั่วโมงทำงานมันไม่ตรงกันรึเปล่านา..........จะว่าไปแล้วฉันน่ะทุ่มเทกับจดหมายฉบับนั้นมากๆเลยนะคะ! เพราะเห็นว่าเป็นเจ้าของโรงหนังน่ะค่ะ ฉันเองก็ดูหนังมาบ้างเลยใส่มุขหนังเข้าไปซะเต็มเลย..ฮะๆๆๆ.........แต่ก็ไม่ได้จดหมายตอบกลับมาอ่ะนะคะ orz

เหมือนจะดูเป็นคนที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครซะด้วยสิ....

แต่ว่า ขอลูกหมาแบบนี้ผิดคาดเลยนะคะเนี่ย.........ร้อยทั้งร้อย ถ้าให้ใครเดาก็ต้องคิดว่าขอเหล้าแหงแซะ....

 

 

 

 

“ลูกหมาเหรอ” 

อ.ไบรท์มุ่นคิ้วเล็กน้อยด้วยสีหน้าง่วงๆเหมือนปกตินั่นเมื่อฉันขอคำปรึกษาเขาเกี่ยวกับของขวัญที่จะต้องให้ ความจริงก็กะจะถามผอ.อะนะคะ แต่วันนั้นผอ.ท่านกำลังสนุกสนานกับการแต่งตัวเป็นซานต้าเอาขนมโปรยรอบโรงเรียน ฉันก็เลยคิดว่า ให้ท่านสนุกไปอีกสักพักดีกว่านา.... 

“ค่ะ ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหนดี ตัวนึงก็ไม่ใช่ถูกๆเลยด้วย” ฉันเอามือก่ายหน้าผาก ฟุบลงกับโต๊ะทำงาน เราเองด็ไม่เคยเลือกซื้อลูกหมาซะด้วยแฮะ จะเลือกยังไงดีล่ะ สั่งซื้อทางเน็ตหรือยังไงดีนะ....ค่าจัดส่งก็แพงอยู่ดี orz

“ไม่เห็นจะยากเลยคุณ บลอดเวนเองก็มีศูนย์ควบคุมสัตว์จรจัด คุณก็ไปที่นั่นแล้วก็รับเลี้ยงลูกหมาไม่มีเจ้าของสักตัวสิ” 

“อ่ะ..จริงด้วย วิธีนี้............” ...แบบนี้ก็ไม่ต้องเสียเงิน แล้วก็ได้ช่วยเหลือพวกสัตว์ที่น่าสงสารด้วย...ดีจังเลยแฮะ....มีวิธีดีๆแบบนี้อยู่ด้วย..... 

 

...... 

 

 “เดี๋ยวนะคะ! บลอดเวนมีสถานควบคุมสัตว์จรจัดด้วยเหรอคะ!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

 

ตอนนั้นฉันโพลงออกไปแบบไม่ทันคิดด้วยความช๊อค พอเห็นอ.ไบรท์กอดอกขมวดคิ้วใส่ก็เลยรีบขอโทษแล้วก็ขอบคุณน่ะค่ะ...แล้วก็ขอให้เขาวาดแผนที่ให้ อ่า...ว่าแต่อะไรกันเนี่ย อยู่ที่นี่มาเป็นปีแล้ว ทำไมฉันถึงไม่รู้ว่าที่นี่มีเทศบาลด้วยนะ orz...

เหมือนกำลังใช้ชีวิตอยู่บนเส้นคาบเกี่ยวระหว่างความปกติกับฮิคิโคโมริชอบกล....

 

 

แต่ก็มาถึงที่นี่แล้วน่ะนะ...

 

 

 

 

 

“เอ่อ...........ขอโทษนะคะ.....”

 

 

ฉันผลักประตูเข้าไปกล้าๆกลัวๆ มองซ้ายมองขวา เห็นพนักงานคนนึงนั่งจัดการเอกสารบนโต๊ะ คงจะเป็นผู้ดูแลที่นี่ละมั้งนะ.... 

“คือ...คือว่า ฉันอยากจะมา....................อ้าว คุณกลัซ!?”

ไม่ผิดจริงๆด้วย นั่นคุณกลัซที่อยู่ในอพอาร์ตเม้นต์เด๊ยวกันกับฉันจริงๆ พอเงยหน้าขึ้นมาถึงได้จำได้นี่ล่ะค่ะ เคยทักทายกันบางครั้งบางคราวเวลาออกไปทำงานตอนเช้าๆ ว่าแต่.....ทำงานที่นี่หรอกเหรอเนี่ย!!!

“ อ่ะ....คุณนริน” เขาเงยหน้าขึ้นมา ดูจะตกใจนิดหน่อย

“คุณกลัซทำงานที่นี่เหรอคะเนี่ย! ข..ขอโทษนะคะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อน...”

“ม...ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ เรื่องแค่นี้เอง”

“บังเอิญจริงๆเลย ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอ...........อ่ะ! ไม่สิ....” ฉันตบหน้าผากตัวเองเรียกสติ ไม่ใช่สินริน จะมามัวแต่คุยได้ยังไงกัน เรามาหาหมาให้คุณกรนี่นา!!! ต้องเข้าเรื่องอย่างจริงจังซะแล้ว “คุณกลัซคะ ฉันมีเรื่องจะรบกวนน่ะค่ะ!!!!”

“....ค...ครับ...?”

 

“ขอลูกหมาให้ฉันเถอะนะคะ!!!!!!”

 

 

 

 

 

แกร๊กกก... 

 

 

“อ่า นี่ล่ะครับที่เก็บพวกสัตว์ ลูกหมาก็อยู่ตรงโซนนั้นล่ะครับ”

“อ๊ะ....ขอบคุณค่า....” ฉันเดินตามคุณกลัซเข้าไปในห้องที่มีกรงสัตว์วางอยู่รอบๆ มีทั้งแมว นก หนู... หมาดูจะเยอะเป็นพิเศษแฮะ....ไม่นึกว่าเมืองเล็กๆจะมีสัตว์จรจัดเยอะขนาดนี้นะเนี่ย.....มีตั้งแต่หมาแก่ หมาหนุ่ม แล้วก็...ลูกหมา! ลูกหมาเยอะแยะเลยล่ะค่ะ สีขาว สีดำ น้ำตาล ขนสั้นขนยาว อา น่ารักทั้งนั้นเลยนา.....

 

ดีจังเลย มีให้เลือกได้หลายแบบอย่างนี้.....อ่า..............

 

 

.....แต่ดูเหมือน นั่นจะเป็นปัญหาแทนแฮะ..........

 

 

“ฉ...ฉันเลือกไม่ถูก....orz”  ฉันคร่ำครวญออกมาขณะที่มือยังลูบลูกหมาหน้าตาน่ารักตัวนึงอยู่ ก...ก้มันน่ารักไปหมดเลยนี่คะ! แต่ละตัวก็น่ารักกันไปคนละแบบ ฉันน่ะ เลือกไม่ถูกจริงๆเลยล่ะค่ะ....โฮววว

“ฮ่าๆ  ผมเข้าใจครับ” คุณกลัซย่อตามลงมาบ้าง เหมือนกำลังพยายามหาทางช่วย “อา....ลองนึกถึงคนที่ต้องให้ดูสิครับ ว่าเขาชอบไม่ชอบอะไร น่าจะช่วยได้บ้างนะครับ”

“เอ...ของที่ชอบเหรอคะ....”

“ใช่ครับ”

“.........เหล้า......”

“...................เห่ะ....”

ก...ก็....พอนึกถึงคุณจิตรกร เหล้ามันก็เข้ามาในหัวโดยอัตโนมัติเลยนี่คะ...orz

“เอ่อ...เป็นคนที่ผมรู้จักรึเปล่าครับ แบบว่า...เผื่อผมจะช่วยเลือกได้....”

“เอ่อะ......ยังไงดีล่ะ” บอกได้ไหมนะ น่าจะบอกได้นา...เอ.... “ก็....” ฉันป้องปากกระซิบ ถึงจะไม่มีใครอยู่แถวนั้นก็เถอะ “คุณจิตรกร เจ้าของโรงหนังน่ะค่ะ...”

....คุณกลัซแสดงสีหน้าอะไรบางอย่างที่เหมือนคาบเกี่ยวละหว่างความประหลาดใจและความเคลือบแคลง อารมณ์ประมาณว่า....จริงป่ะเนี่ย คุณกรคนนั้นน่ะเรอะ!..........................ซึ่ง....ฉันก็พอเข้าใจนะคะ...เพราะตอนแรกฉันก็รู้สึกแบบนั้นล่ะค่ะ...orz

“เอ่อ...คุณกรเหรอครับ.....” เหมือนคุณกลัซจะพยายามไม่เสียมารยาทด้วยการไม่ถามว่า คุณกรเนี่ยนะจะเลี้ยงหมา!...แต่ก็เหมือนจะอ่านความคิดได้จากทางสีหน้าอยู่แล้วแฮะ “อ่า...เป็นผม  ผมก็เลือกลูกหมาแบบที่น่าจะเหมาะกับเขาไม่ถูกเหมือนกันล่ะครับ แหะ....”

“น..นั่นน่ะสิคะ...”

“อืมมม...มม...”

“......”

“ยังไงผมว่า ถ้าเป็นลูกหมาที่คุณนรินตั้งใจเลือกให้แล้วละก็ ยังไงคนรับก็น่าจะรู้สึกได้ถึงความตั้งใจนั้นนะครับ”

“น..นั่นสินะคะ!”

“เพราะฉะนั้นก็ เลือกตามที่คุณนรินชอบดีกว่านะครับ”

“แบบนั้นสินะคะ เข้าใจแล้วล่ะค่ะ!!!!”

 

 

 

....แบบนี้มันดูปัดความรับผิดชอบยังไงไม่รู้แฮะ...อ่า....

 

 

 

แต่ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะคะ ก็เลยลองเปลี่ยนมาเลือกตามรสนิยมตัวเองดู แต่ว่ามันก็น่ารักไปหมดจริงๆนั่นล่ะค่ะ ทั้งลูกหมาขนปุยตัวนั้น แล้วก็เจ้าตัวหูตั้งตรงนี้......

มีแต่ลูกหมาขนปุยหน้าตาน่ารักทั้งนั้นเลย..orz””...เลือกไม่ถูกเลยแฮะ..

และในช่วงเวลาที่ฉันเงยหน้าขึ้นไปนั่นเอง...

สายตาฉันก็ไปสบเข้ากับ...

 

 

ลูกหมาตัวนึง...

 

 

 

มันจ้องตอบกลับฉันมา....

 

ด้วยตากลมๆเหมือนลูกปัดนั่น....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

น...หน้าตามันประหลาดชะมัดเลยอ๊ะ!

 

 

 

 

แล้วเราก็จ้องตากัน.........

 

 

 

 

 

จ้อง.....

 

 

 

 

“...เอ่อ....สนใจตัวนั้นเหรอครับ....”

“เอ่อะ...อะ...อ่า...ม..ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่ว่า หน้าตามันประหลาดดีจังเลยน๊า....” ฉันยกมือขึ้นเกาหัวแหะๆให้คุณกลัซ แต่ก็....อดจะหันกลับไปหาลูกหมาตัวนั้นอีกทีไม่ได้จริงๆสิน่า....

เหมือนคุณกลัซจะดูออกว่าฉันถูกใจมันเข้าซะแล้ว  “ตัวนั้นน่ะ พันธุ์บูลเทอเรีย นะครับ...” เข้าป้องปากกระซิบกับฉันพลางพยักเพยิดไปทางเจ้าลูกหมาหน้ามึนตัวนั้นไปด้วย

“ร...เหรอคะ”

“มีลายแต้มที่ตาแบบที่เขานิยมกันด้วย....ตัวนี้เป็นตัวผู้ หุ่นกำลังดีไม่ผอมมาก โตขึ้นมาต้องสวยมากแน่ๆเลยล่ะครับ”

“ง่ะ....”

“จะเอา ตัวนี้เลยไหมล่ะครับ...?”

 

“ง่า.............”

 

ฉันหันไปสบตามันอีกครั้ง มันจ้องตอบกลับมา เหมือนจะสงสัยสนใจว่าทำไมถึงจ้องขนาดนั้น.........หูกระดิกนิดๆ...

 

 

 

 

 

สุดท้ายก็เอาเจ้าตัวนี้มา....

 

“เฮ้อ....”

ฉันถอนหายใจยาว นั่งมองเจ้าตัวเล็กเดินดมโน่นดมนี่สำรวจไปทั่วห้อง ท่าทางงกๆเงิ่นๆของมัน ดูยังไงก็ชวนให้ขำได้ทุกทีจริงๆ

“เฮ้ออออ.....!”

ฉันถอนหายใจรอบที่ห้าสิบของวัน ก่อนจะล้มตัวลงนอนแผ่กับพื้น อาอาอาอาอาอา....แบบนี้ดีแล้วสินะ ดีแล้วจริงๆเหรอ แบบว่า เลือกตามที่ตัวเองชอบเนี่ย ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นจะชอบเหมือนที่เราชอบรึเปล่า.......เขาจะหาว่าเราเลือกมากวนตีนเขารึเปล่าเนี่ย...

 

แต่เห็นหน้ามันแล้ว เหมือนโดนสะกดจิตไงไม่รู้สิ...หรือความจริงแล้วเรานี่ มีรสนิยมแปลกประหลาดไม่เหมือนชาวบ้านเขากันแน่นะ....

“อ๊ะ...” จู่ๆก็มีอะไรบางอย่างชื้นๆนุ่มๆมาดุนๆอยู่ตรงกรอบแว่น ฉันหันไปแล้วก็พบว่าเป็นเจ้าลูกหมาตัวนั้นนั่นเอง มันคงกำลังสงสัยอยู่ละมั้งว่าทำไมฉันถึงได้มานอนแผ่อย่างนี้ ดูจากหน้าตาเอ๋อๆของมันอ่ะนะคะ...........ว่าแต่ปกติมันก็หน้าตาแบบนี้อยู่ตลอดแล้วนี่นา....orz

ฉันยันตัวขึ้นมา เอามือลูบหัวมัยแปะๆ “แต้มที่ตาแกนี่...เหมือนโดนชกจนตาเขียวจริงๆเลยนา...ฮะๆๆๆ..”  เห็นกี่ทีก็ขำแฮะ

พอโดนลูบหัวมันก็จ้องฉันด้วยตากลมๆเป็นลูกปัดนั่น หูตั้ง หางกุดๆกระดิกดิ๊กๆ...

 

 

น...น่ารักชะมัดเลย!!!!!!!

 

“โฮ๊วววว!!!” ฉันคว้ามันมากอดหมับแล้วกลิ้งไปกับพื้นห้อง “น่ารัก น่ารักๆ น่ารักที่สุดเลยย....ฮืออออ” หน้าตาแบบนี้ล่ะทำให้ฉันนึกถึงเจ้าโปลิสที่บ้านจริงๆเลยล่ะค่ะ อ่า---

 

เจ้าโปลิสเป็นหมาที่บ้านที่พ่อฉันเลี้ยงไว้น่ะค่ะ ร๊อตไวเลอร์สีดำเมี่ยม ตอนเด็กๆเป็นลูกหมาที่น่ารักมาก พอโตแล้วน่ากลัว หน้าตาดุเหมือนจะขย้ำเราได้ตลอดเวลา ขนาดฉันที่เห็นมันมาตั้งแต่เด็กยังแอบหวาดๆนิดๆ.... แต่ว่าความจริงแล้วมันใจดีมากๆเลยนะคะ

ตอนนั้นตอนประถม ที่นราเก็บแมวมาได้ ตอนแรกฉันก็ไม่กล้าให้โปลิสมันเห็น กลัวมันจะกัดลูกแมวน่ะค่ะ....แต่ตอนนั้นเผลออีท่าไหนไม่รู้ ลูกแมวเดินไปหาเจ้าโปลิสเฉยเลย ฉันกับนราก็ตกใจใหญ่ ....แต่เจ้าโปลิสไม่ทำอะไร เลียขนให้ลูกแมวซะอีกแน่ะ...

กลายเป็นว่าบ้านเราเลี้ยงทั้งแมวทั้งหมาเลยล่ะค่ะ...

“ร็อตไวเลอร์ปกติมันจะดุ ไม่ชอบเด็ก แต่เจ้าโปลิสเราเลี้ยงมันมาตั้งแต่เด็ก มันเลยเชื่อง” คุณพ่อดูจะเป็นคนที่ให้เหตุผลที่ฟังขึ้นมากที่สุด กับนิสัยใจคอที่ดูขัดกับหน้าตาของเจ้าโปลิส เพราะตอนเด็กๆฉันกับนราก็ชอบวิ่งเล่นกับเจ้าโปลิสประจำล่ะค่ะ....โดยเฉพาะนรานี่ติดเจ้าโปลิสมากๆเลย ก่อนที่จะมาบลอดเวนนี่ เอาเจ้าโปลิสออกไปเดินเล่นกับนราทีไร เดินผ่านพวกพ่อแม่ที่เดินมากับลูกทีไรพวกเขาก็ยังดูหวาดๆทุกทีเลย...

 

“ก็หน้าตามันดูไม่น่าจะใจดีได้เลยนี่ครับ”  

 

นราเคยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเพราะความเคยชินตอนที่ฉันคุยกับเขาเรื่องโปลิส ขณะที่ลูบหูเกาคอให้เจ้าโปลิสที่ทำหน้าพริ้มไปด้วย.......

 

 

...บางทีถ้าไม่รู้จักจริงๆ....ก็ตัดสินอะไรจากภายนอกไม้ได้เลยแฮะ....

 

 

 

 

 

“บางทีแล้ว....เราตัดสินคุณกรจากภายนอกมากไปรึเปล่านะ.....”

ฉันพึมพำกับเจ้าลูกหมาในมือ....

 

 

ถึงจะดูอึนๆมึนๆปล่อยตัว ก็ใช่ว่าจะมีด้านแบบนี้ไม่ได้นี่นา....

 

 

 

“......เหมือนจะต้องทำความรู้จักกับทุกคนให้มากกว่านี้แล้วแฮะ”

“โฮ่ง!” เจ้าลูกหมาตัวเล็กส่งเสียงเห่าตอบรับ ฉันหัวเราะให้กับความแสนรู้ของมัน ยิ่งเห็นตาดำๆของมันก็ยิ่งขำเข้าไปอีก

 

“เจ้าโปลิสหน้าเหมือนตำรวจ แต่หน้าตาแกนี่เป็นตำรวจไม่ได้หรอกเนอะ ดูยังไงก็ผู้ร้ายชัดๆ”

มันกระพริบตาปริบๆใส่ฉัน..น่าหมั่นเขี้ยวจริงๆเลย!

 “ฮะๆๆ งั้นชื่อผู้ร้ายเป็นไง ผู้ร้ายยังไงล่ะ เข้ากับหน้าดีออกเนอะ”

“โฮ่ง!!”

“เข้ากันสุดๆไปเลย ฮะๆๆๆ................เฮือกกกก.......!”

 

ฉันรีบเบรกตัวเองไว้แค่นั้น สองมือยกขึ้นกุมขมับ ไม่ ไม่ได้ ตัวนี้จะให้คุณกรนะ เรามาตั้งชื่อเองได้ยังไงกันล่ะ หวายยยยยย...

 

เหลือบมองกลับลงไป เจ้าลูกหมาตัวน้อยยังนั่งอยู่บนตักฉัน เงยหน้าขึ้นมามอง หางกระดิกดิ๊กๆ....

 

 

“น...น่ารัก.....orz...”

 

 

 

.....แย่ชะมัดเลยแฮะ....orz....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“โอ้ววว ชื่อผู้ร้ายเหรอครับคุณครู! น่ารักน่าชังจริงๆเลยนะครับ โฮ่ๆๆๆ!”

 

 

 

“ค...ค่ะ...” ฉันยิ้มแหยๆให้กับท่านผอ. ผู้ร้ายนั่งตาแป๋วอยู่ในตะกร้าในมือฉัน อ่า...ความจริงจะเรียกว่าตาแป๋วก็ไม่ถูกนักอะนะค๊า...ก็ตามันมีอยู่แค่นั้นอ่ะนะ

“ว่าแต่ผอ. แต่งตัวแบบนี้มันจะไม่เด่นไปหน่อยเหรอคะ....”ฉันมองไปที่ชุดซานต้าสีแดงแปร๊ดของผอ.เพนกวิ้น ประกอบกับหนวดปลอมยาวๆ แล้วก็หุ่นเพนกวิ้นนั่นแล้ว.....

 

 

...น...นี่มันซานตาครอสตัวจริงชัดๆ!

 

 

“โฮ่ๆๆๆ วันคริสต์มาสทั้งทีนี่คุณครู” ขนาดเสียงหัวเราะยังลอกกันมาชัดๆ! “งานเทศกาลแบบนี้ก็ต้องแต่งตัวให้เหมาะสมสิครับ!”

“ค่ะ...” ฉันกุมขมับ ค...ความจริง มันก็เหมาะมากๆเลยอะนะคะ....orz ไม่รู้จะติงอะไรเลยทีเดียว...

 

 

 

 

 

 

วันนี้ วันคริสต์มาสแล้วล่ะค่ะ

 

 

 

 

 

สรุปว่าเมื่อคืนฉันเลยนั่งค้นข้อมูลเกี่ยวกับพันธุ์บูลเทอร์เรียใหญ่เลยล่ะค่ะ ก..ก็มันอดไม่ได้จริงๆนี่นา ส่วนเจ้าผู้ร้าย พอกินอาหารกระป๋องที่ฉันซื้อมาหมดปุ้บก็หลับปุ๋ยพุงป่องเลยเชียว... เห็นมันนอนแล้วก็รู้สึกว่าจะดูสบายจริงๆเลยนา...

พอบ่ายๆฉินก็เริ่มแต่งตัว คุ้ยๆเจอเดรสยาวๆตัวนึงก็คิดว่าน่าจะพอใส่ได้ล่ะนะ....อากาศข้างนอกหนาวมากเลยล่อทั้งเสื้อแจ็กเก็ตเสื้อโค๊ทผ้าพันคอซะหนาเลย....กลัวเจ้าผู้ร้ายจะหนาวเหมือนกันแฮะ ตอนเอามันใส่ตะกร้าเลยห้าผ้าขนหนูให้มันห่มด้วยน่ะค่ะ ก็ไม่มีเสื้อสำหรับหมา ไม่รู้ว่าจะแทนกันได้รึเปล่า กังวลอยู่นิดๆเหมือนกัน แต่มันก็ไม่มีทางเลือกจริงๆอะนะคะ

พอลงมาหน้าอพาร์ทเม้นต์ คุณผอ.กับอัลเฟรดก็มารออยู่แล้วล่ะค่ะ เพราะปีนี้ดูเหมือนอาจารย์หลายๆท่านจะกลับไปเยี่ยมที่บ้านกันเยอะ ฉันที่เป็นคนไทยที่บ้านไม่มีธรรมเนียนกลับบ้านวันคริสต์มาสเลยโต๋เต๋อยู่ที่บลอดเวน เลยตกลงกับผอ.ว่าจะไปงานด้วยกันน่ะค่ะ

ก็เดินไปคุยไปนั่นล่ะน๊า...ฉันกับผอ.ก็ตื่นเต้นกับงานมากๆเลยล่ะค่ะ จัดในห้องบอลรูมสุดหรูเชียวนา...อาหารก็เยอะแยะเลยด้วย กินฟรีอีกตะหาก!......อ่ะ...พูดแบบนี้แล้วดูเห็นแก่กินชะมัดเลยแฮะ....

พอมาถึงโรงแรมแล้วก็เข้าไปในห้องบอลรูมนั่นล่ะค่ะ....

 

 “อ่ะ นั่น...”

 

นั่นคุณจิตรกร น้องชายของคุณกานต์ไม่ผิดแน่ ฉันเห็นเขายืนคุยกับคุณกานต์แล้วก็คุณบุรุษไปรษณีย์นิดหน่อยก่อนสองคนนั้นจะเดินออกไป เอ๊ะ เดี๋ยวนะ คุณบุรุษไปรษณีย์สนิทกับพี่น้องสองคนนี้ไงเหรอ..? อ่ะ...ม..ไม่ใช่ๆ อย่าเพิ่งคิดเรื่องนี้สิ ตอนนี้เราจะต้องเอาของขวัญไปให้คุณจิตรกรนะ!

“ผ..ผอ.คะ ดิฉันขอตัวสักครูนะคะ!”

“ครับคุณครู” คุณผอ.ตอบกลับมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มร่าเริง เหมือนจะเริ่มมีเด็กๆวิ่งเข้ามาหาซานตาครอสบ้างแล้วด้วย... ท...ทำหน้าแบบนั้นมันจะทำให้เด็กๆสับสนระหว่างความจริงกับจินตนาการนะคะผอ.!!!!

 

 

ในที่สุดก็เดินเข้าไปหาคุณจิตรกรจนได้...

ม...ไม่เคยทักเลยแฮะ...

 

 

“ค...คุณจิตรกรใช่ไหมคะ!”

 

เผลอเรียกออกไปซะเสียงดังเชียว...พอเขาหันมางงๆเลยรู้สึกหน้าชาไงไม่รู้แฮะ...

“....ครับ...?”

“...คือฉัน...ชื่อนริน...นะคะ....เอ่อ จับสลากได้คุณ ในกิจกรรมของขวัญวันคริสต์มาส...เลย......เอาของขวัญ มาให้น่ะค่ะ!!!”  พูดติดๆขัดๆไปแบบนั้นแล้วก็ยื่นตะกร้าให้คุณกร ประจวบเหมาะกับที่เจ้าผู้ร้ายโผล่หน้าออกมาพอดี

 

“อ่ะ....” คุณจิตรกรดูจะตกใจนิดๆ

 

“มันชื่อผู้ร้ายน่ะค่ะ!” ฉันโพลงออกไป “ข...ขอโทษนะคะที่ตั้งชื่อให้....ทั้งๆที่เป็น ของขวัญของคุณจิตรกร แต่ว่า ยังไงก็ช่วย รับมันไว้ด้วยนะคะ!”

 

 

 

.....เดธแอร์กันไปสองสามวิ.....

 

 

 

...เหมือนที่เงียบไปจะดูเหมือนเขารอให้แน่ใจแล้วว่าทุกอย่างสงบ หลังจากนั้นคุณจิตรกรก็ค่อยๆรับตะกร้าไปจากมือฉัน

“อ่ะ แล้วก็ รับนี่ไว้ด้วยนะคะ!” ฉันละลักละล่ำรีบคว้ากระดาษปึกนึงในกระเป๋า รีบส่งให้คุณกรที่รับไปถือไว้งงๆ “เอกสารรับเลี้ยง แล้วก็ ข้อมูลเกี่ยวกับลูกหมาพันธุ์นี้น่ะค่ะ! ค...คือว่า ฉันลองเซิร์จๆดู ก็เลยคิดว่า น่าจะ เอามาให้คุณกรด้วย.........”

 

 

 

“.....อา....ขอบใจนะ....”

 

 

 

“ล...แล้วก็” ฉันกลืนน้ำลายอึก...

 

 

“จะเป็นอะไรไหมคะ ถ้าแบบว่า...ฉันจะขอ ไปเล่นกับมันบ้าง......ที่โรงหนังน่ะค่ะ.....” ฉันเหลือบมองเขากล้าๆกลัวๆ ขอแบบนี้มัน...จะดูยังไงอยู่รึเปล่านะ เป็นฝ่ายเอามาให้แท้ๆเลย....

 

 

 

 

 

 

"หา.....”

 

 

ส...สงสัยอดแน่เลยงานนี้ แหงล่ะ...ก็ความจริงมันก็เป็นหมาของคุณกรนี่นะ...TT TT

 

 

“ได้สิ เธอก็เหมือนเป็นเจ้าของมันแหละน่า.. "

 

 

 

 

เอ๋....

 

 

 

"จ...จริงเหรอคะ” ฉันอึ้งๆไปวูบนึง “..ขอบคุณนะคะ!"

 

 

 

"ฮื่อ" คุณจิตรกรส่งเสียงตอบพร้อมยกมือขึ้นเกาหลังคอ ก้มลงมองลูกหมาในมือ ....ดูเหมือนจะยังงงๆอยู่แฮะ

 

....ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนี่นะ...

 

 "เอ่อ...ง..งั้น ฉันขอตัวก่อนนะคะ.... แล้วไว้จะไปเยี่ยมเจ้าผู้ร้ายบ่อยๆ.....อ่า..." ฉันหัวเราะแหะๆแก้เก้อ ว่าแล้วก็เกาท้ายทอยบ้าง

 

 

"แล้วก็...เมอรี่คริสต์มาสค่ะ "

 

 

 

"เช่นกันๆ" เขายกมือข้างนึงให้ตอบรับพอเป็นพิธี ขณะที่อีกข้างอุ้มเจ้าผู้ร้ายอยู่

 

 

ฉันค่อมหัวปะหลกๆ ค่อยๆถอยออกมาก่อนจะหันหลังกลับ ยิ้มกับตัวเองอย่างอิ่มอกอิ่มใจ ได้ให้ของขวัญคนอื่นนี่มันรู้สึกดีจริงๆเลยนา แล้วหลังจากนี้ไปก็จะได้เล่นกับผู้ร้ายด้วย....

แล้วก็ เหมือนจะได้รู้จักคนในเมืองเพิ่มขึ้นอีกคนด้วยล่ะ...

 

 

 

 

คริสต์มาสต์นี่......ดีจริงๆเลยนะคะ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

************************

 

แถม...รูปผู้ร้าย

 

 

 

ราวๆนี้ล่าาาา โตขึ้นหูก็จะตั้งขึ้น แล้วก็กล้ามขึ้น...(ฮา...)

พันธุ์ Bullterrier มันน่ารักมากๆเลยนะเว้ยยยย orz

 

 

 

แถมอีกตัว เจ้าโปลิส...

รูปนี้หน้าไม่โหดเลยเว้ย 555555

 

 

 

ได้ให้ของขวัญตัวแหนวทั้งสองตัวเลยว่ะ /ว๊ากกกกก....

 

 

อ่อ แล้วใครที่ยังไม่เห็น ชุดเครื่องแบบที่ส่งประกวด ก็ไปดูกันได้นะจ๊ะ /วิ๊ง

 

/จรลี

 

 

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ก็...ในฐานะที่ลูกสาวเป็นคุณครูในโรงเรียน มันก็ควรจะส่งประกวดกับเขาบ้างอะนะ ,,--    --,, /อะไรยังงั้น...
 
 
 
 
ไม่หวังอะไรมาก...แค่อยากได้เป็นยุนิฟอร์มจริง เพราะชั้นวาดเองแล้วกรี๊ชเองมาก......./ทำไม 555555 ....
 
/นี่มันสนองนี๊ดตัวเองชัดๆ...
 
 
 
ธีมหลัก...ก็เป็น ยูนิฟอร์มแบบคลาสสิคเรียบๆ ขึ้นชื่อว่าเซนต์ไอเรียนนา เป็นโรงเรียนคริสต์ก็เลยเรียบร้อยๆหน่อยล่ะนะ.....แล้วก็สีโทนฟ้าขาวน้ำเงินก็เป็นโทนของเมืองบลอดเวนด้วย....
 
 
 
 
 
 
 
เริ่มด้วยชุดม.ปลาย....
 
 
 
 
มีคิดตราโรงเรียนด้วยล่ะ.../ชวิ้ง...
-เป็นสีเงิน
- ที่เป็นไม้กางเขนเพราะว่าเป็นโรงเรียนคริสต์ล่ะนะ...รอบๆเป็นปีกโอบอยู่ เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนที่โอบอุ้มสนับสนุนนักเรียนไว้ให้มีการศึกษาที่ดียังไงล่าาา....
- หรือความจริงอาจจะเป็นปีกเพราะผอ.ชอบนก...
 

 
กฏเกี่ยวกับเข็มกลัด

- สำคัญมาก...เป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียน ให้ติดมาโรงเรียนทุกวัน ห้ามถอดยกเว้นตอนเรียนพละ
-ให้ติกที่อกข้างซ้าย ใกล้หัวใจ อ๊างงง...
- ถ้าลืมติดมามีโทษนะจ๊ะ
- หายซื้อได้ที่ห้องปกครอง.../แต่อาจจะโดนเทศยาว
 
 
แล้วก็ รายละเอียดชุดม.ปลาย
- พอขึ้นม.ปลาย จะมีเสื้อสูทประจำโรงเรียนเป็นของตัวเอง เป็นเสื้อสีน้ำเงินขอบขาว
- ซึ่งเด็กๆม.สี่จะตื่นเต้นมาก เพราะที่ผ่านมาได้แต่ใส่เสว็ตเต้อ พอมีเสื้อสูทคูลๆ บางคนเลยบ้าเห่อใส่มาเต็มยศ ทั้งที่เป็นหน้าร้อน...
- แต่พวกม.ห้าม.หกก็เลิกเห่อไปแล้วล่ะนะ...
- ปกติเวลาใส่เขาไม่ติดกระดุมกันหรอก ติดเฉพาะเวลางานพิธีล่ะ
- จะใส่เสว็ตเตอร์ตอนม.ต้นทับข้างในก็ไม่ผิดระเบียบอะไร
-ฤดูร้อนเขาก็มักจะไม่ใส่เสื้อนอกกันมา.../ส่วนเสื้อข้างในก็เป็นเชิ้ตขาวแขนยาว
 
 
 
 
เกี่ยวกับชุดม.ต้น
 
- เป็นก้าวสำคัญของเหล่าชายหนุ่ม....เพราะจะได้เปลี่ยนจากกางเกงขาสั้นเป็นขายาวซะที /กุเป็นหนุ่มแล๊วววว
- แต่อาจจะเป็นความไม่พอใจของสาวๆ เพราะต้องเปลี่ยนจากโบว์สุดคิดขุเป็นไทด์...
- เลยมีสาวม.ปลายบางคนที่ยังพอใจจะผูกโบว์มาโรงเรียนอยู่
- ถ้าเป็นโบว์สีเทาตามแบบโรงเรียนนิยมก็ไม่มีปัญหาหรอกนะ แต่ในงานพิธีรบกวนผูกไทด์ด้วยนะครัฟ
- ข้างในเป้นเชิ้ตแขนยาว /เหมือนม.ปลาย
- เวลาฤดูร้อนเขาก็จะไม่ใส่เสว็ตเตอร์มากัน...
 
 
 
เกี่ยวกับชุดประถม
 
- เป็นระดับชั้นแรกที่จะเริ่มติดเข็มกลัด ทุกคนก็ตื่นเต้นกันมาก วันปฐมนิเทศจะมีพิธีรับเข็มกลัดด้วย เหมือนเป็นการมอบหมายความรับผิดชอบในโรงเรียนให้กับนักเรียนด้วยล่ะ /ว๊าววว
- ช่วงประถมเลยไม่ค่อยมีใครลืมเข็มกลัดสักเท่าไหร่
- ของผู้ชายเป็นขาสั้นน่ารั๊ก.....
- เห็นถุงเท้า เลยหลบจารย์ปกครองไม่ได้ ถ้าถุงเท้าผิดระเบียบ
- ถุงเท้าจะสั้นกว่าตอนขึ้นมัธยม
- เสื้อข้างในเป็นเชิ้ตขาวแขนสั้น
- เวลาหน้าร้อนก็จะไม่ใส่เสว็ตเตอร์มากัน...
 
 
 
เกี่ยวกับชุดอนุบาล
 
- ตราโรงเรียนจะเป็นแบบปัก เพราะเด็กอนุบาลให้ติดเข็มกลัดมันจะอันตรายเกินไป
- มีหมวกด้วยล่าาา เป็นสีขาวคาดแถบฟ้า
- นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วมั๊ง....
 
 
 
 
เอาล่ะ แล้วก็มี กฏรวมๆ ด้วย
 
- ถุงเท้า อนุโลมอยู่ในขอบเขตของสี ดำ และเทา แต่ในงานพิธี ขอให้เป็นสีดำแถบขาวและอยู่ในความยาวที่ถูกต้องด้วย
- รองเท้า นอกจากรองเท้าหนัง อนุโลมให้เป็นผ้าใบได้ นอกนั้นจะโดนด่าหมด....ในงานพิธี ก็ขอให้เป้นรองเท้าหนังสีดำนะ
- ตั้งแต่ชั้นประถมขึ้นไปต้องใส่เสื้อในกางเกงทุกคน
- กระโปรง สั้นมากก็ผิดระเบียบ ยาวเกินไม่ผิดระเบียบก็จริง แต่จะโดนเพ่งเล็งนะเธอว์
- เครื่องประดับหรือริบบิ้นแต่งผมสำหรับผู้หญิง ขอให้อยู่ในโทนสี ฟ้า ขาว ดำเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ใส่ผิดมาก็ไม่อะไรมากมายหรอกนะ คงจะโดนอ.ที่เคร่งๆบ่นหน่อย แต่ในงานพิธีก็ขอให้ถูกระเบียบหน่อยนะครัฟ
- นอกนั้นก็.....พวกคนที่แต่งตัวพิเรนทร์ๆ ปกตั้ง กำไลทั้งศอก เอวลอย ต่างๆนาๆ...ถึงไม่ได้ระบุแต่ก็ควรจะรู้ตัวนะว่าผิดระเบียบ /บีบบบบ...
 
 
 
 
ชุดพละ
 
- เป็นเสื้อโปโลสีขาวขอบน้ำเงิน
- จะไม่ติดเข็มกลัด แต่จะปักตราเอา
- ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว
- ความยาวกางเกงก็ ตามที่เห็นล่ะนะ
 
 
 
 
 
แล้วก็มี ของแถมด้วยล่า...
 
 
 
 
แจ็กเก็ตนักกีฬาโรงเรียน
- มอบให้สำหรับนักกีฬาเท่านั้น ไว้สำหรับซ้อม หรือไปแข่ง
- เป็นสาเหตุที่ทำให้นักเรียนหลายๆคนอยากเป็นนักกีฬา
- ที่หลังเป็นลายตราโรงเรียนหญ่ายๆ
 
 
เสื้อโค๊ตโรงเรียน

- สีดำ มีฮู๊ต
- จะซ์้อหรือไม่ซื้อก็ได้ ใช้ตอนหน้าหนาว
- ความจริงมันจะมีปักตราโรงเรียนไว้ที่กระเป๋า แต่รูปนี้ลืมวาด orz
- กันลมกันหิมะได้ดี หญิงใส่ได้ ชายใส่ดี แต่มักจะฮิตในหมู่ผู้สาว
 
 
ถุงผ้าโรงเรียน

-ถุงผ้าเรียบๆ สีดำ
- โคตรถูก และดูดี
- นักเรียนเลยใช้เยอะ
- ความจริงมีเป้โรงเรียนด้วยล่ะ..../ก็เป้ดำธรรมดาและ ปักตรา
 
 
 
นี่โรงเรียนนี้จะยึกครองเครื่องแต่งกายทุกอย่างของโรงเรียนแล้วสินะ.../เบลอ
 
 
 
 
 
 
 
 
โอเค ก็คงจบแค่นี้ล่ะ...
 
 
 
 
 
 
 
 
ปล. ชั้นอยากให้ชนะจริงๆนะเนี่ย.../วาดเองก๊าวเอง
ปล.2 ชั้นคิดไปเองหรือว่ากฏมันเยอะ.../สงสัยเก็บกดมาจากโรงเรียนแน่ๆ