[BT] หมา...หมา...หมา...หมา

posted on 02 Dec 2009 21:14 by piccorin  in Art

 

 

 

 

ก็ตามชื่อเอนทรี่นั่นแหละ

วันนี้เราจะมาอัพแต่รูปหมา...

หมา...

 

แ้ล้วก็..หมา

 

 

 

หมาเลิ่กลั่ก...

 

หมาหูเกลียว...

 

 

หมาที่ชอบกินน้ำพริกเผา...

 

 หมาขี้โรค....

 

หมา.............(หาคำอธิบายไม่ได้)

 

 

หมาเคะ...

 

 

หมดละ รอล็อตต่อไป.../วิ้งๆ

 

 

[BT] Richard 000 : Reason

posted on 19 Nov 2009 18:35 by piccorin  in Diary

 

 

 

.

.

.

 

 

 

เรา....เลิกกันเถอะ

 

 

ผมเตรียมใจมาแล้วว่าวันนี้จะต้องพูดประโยคนี้

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ทั้งที่คิดเรื่องนี้มาหลายครั้งหลายหน ใช้เวลาไตร่ตรองมาเป็นอาทิตย์ .....แทนที่พูดออกไปแล้วจะเป็นการยกภูเขาออกจากอก กลับกลายเป็นว่ามันกลับทำให้ผมรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นนรินนั่งนิ่งอึ้งอยู่ตรงหน้า ดวงตาสีเข้มของเธอดูเหม่อลอยราวกับกำลังลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้วงอวกาศ

เธอไม่ได้แสดงอารมณ์รุนแรงออกมา อย่างโกรธ ตีโพยตีพาย หรือร้องไห้ฟูมฟาย...กลับแค่นั่งนิ่งอยู่เฉยๆตรงนั้น ดูแล้วเหมือนช็อคมากกว่าที่จะเป็นอาการสงบนิ่งใจเย็น....แต่การที่เธอนิ่งแบบนี้กลับทำให้ผมคิดว่าคงจะรู้สึกโล่งอกกว่านี้หากเธอลุกขึ้นมาตบผมสักฉาด หรือด่าผมสักชุด....ซึ่งถึงจะหวังไว้บ้างก็เถอะ แต่ผมก็รู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้...

 

....ก็เธอคือนริน.....นี่นะ....

 

ท....ทำไม....

 

เสียงแหบพร่านั้นทำเอาหัวใจผมหล่นวูบ...

 

ผมเงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียงอย่างอัตโนมัติ ....เธอไม่ได้ส่งเสียงสะอื้นออกมาแต่ผมก็พอเดาได้จากร่างกายสั่นๆว่าเธอกำลังเก็บอาการสุดชีวิต แล้วยังไหนจะยังดวงตาที่ฉ่ำน้ำอยู่นั่นอีก ...

ชั่ววินาทีหนึ่งผมรู้สึกเหมือนว่ากำลังก่อคดีร้ายแรงอะไรบางอย่าง เหมือนกำลังทำความผิดใหญ่หลวงที่ไม่น่าได้รับการให้อภัย เป็นชั่ววูบที่ความรู้สึกที่ย่ำแย่อยู่แล้วของผมพุ่งดึ่งลงเหวไปอีกหลายขุม

 

.....ทำไม.......อึก...........ทำไม....กันคะ...

เธอถามผมด้วยน้ำเสียงสั่นๆปนเสียงสะอื้นที่กลั้นไว้กลางคัน ยังคงไม่มีน้ำตาสักหยดที่ไหลลงมาอาบแก้ม ถึงอย่างนั้นก็ตามใบหน้าของเธอกลับแดงฉ่า....

 

ผมไม่กล้ามองหน้าเธอตรงๆ...

 

....ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ผมไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบขึ้นไปมองจริงๆ........ผมกลัวอะไร ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน.....

 

 

.............สุดท้ายผมก็ไม่ได้ตอบคำถามนั้นไป........

 

 

.

 

ฮ่าๆๆ ว่าไงชาร์ วันนี้ไม่ได้มาดื่มกับแฟนเรอะ?”

 

ลุงที่บาร์ถามผมอย่างเป็นกันเอง คงเพราะผมกับนรินเคยมาที่นี่หลายครั้ง คุยกันจนสนิทพอสมควรละมั้ง สนิทจนกระทั่งเขาติดชื่อเล่นประหลาดที่นรินเรียกผมด้วยซ้ำ...ปกติเขาเรียกผมด้วยชื่อนี้ผมก็ไม่ค่อยติดใจอะไรหรอก แต่ว่ามาเรียกในเวลานี้มัน....ไม่รู้สิ....รู้สึกแย่แปลกๆ

....สิ่งที่เขาถามมา...ผมก็....ตอบไปตามตรง

 

เราเลิกกันแล้วครับ...

 

รอยยิ้มบนใบหน้าลุงหุบลงทันที

เขารีบรี่เข้ามาหาผม รินเหล้าให้ผมอีกแก้ว นั่งลงจ้องผมด้วยสีหน้าเป็นห่วง ....แล้วลูกค้าคนอื่นล่ะครับ

มา แก้วนี้ลุงเลี้ยงเอง...มีอะไรอยากเล่าให้ฟังรึเปล่าหลานชาย เล่ามาได้เลยนะ ลุงพร้อมรับฟังเสมอ ลุงเอามือตบอกตัวเองด้วยสีหน้าจริงจัง....เอ่อ...แต่จะให้พูดจริงๆแบบตัดเยื่อใยก็คือผมไม่ค่อยมีอารมณ์อยากจะเล่าสักเท่าไหร่

เอ่อ....ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก

ไม่เอาน่า ไม่เป็นไรน่า เล่ามาหน่อยเถอะจะได้สบายใจ

ผมก็ไม่ค่อยอะไรมากหรอก

จริงเร้ออ..

....

......ผมยกเหล้าขึ้นมาจิบเพื่อเลี่ยงคำถาม

ลุงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เท้าคางมองผมด้วยสีหน้าที่ผมก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าลุงกำลังคิดอะไรอยู่

ใครเป็นคนบอกเลิกน่ะ แกบอกเลิกเธอรึเธอบอกเลิกแก ลุงเริ่มยิงคำถามเจาะจงมากขึ้น

ผมลดแก้วลงมาจากปาก...นิ่งไปพักนึง

ผมเป็นคนขอเลิกเอง

 

แล้วนริน...เป็นไงบ้างล่ะ

 

ท....ทำไม...

ภาพนรินที่ถามผมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแว่บเข้ามาให้หัวอีกรอบ

 

นรินก็....ไม่ได้ว่าอะไรครับ...ไม่ได้ทำอะไรใหญ่โต ก็....เธอก็เป็นคนแบบนี้ละนะ... ผมหรี่ตาลง นึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่...

หลังจากนั้นที่ผมไม่ได้ตอบอะไร นรินก็เลยขอตัวกลับก่อน เธอยังคงพยายามทำตัวเหมือนปกติ ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายออกมา....

ผมเห็นเธอเป็นแบบนั้นแล้วก็อดจะถามว่า ให้ไปส่งไหม? ไม่ได้...

 

ม...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ.........ไม่เป็นไรจริงๆนะ...

 

....นั่นสินะ....ความจริงแล้วเธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอแบบนั้นหรอก....

........เธอคงไม่เป็นไร..........คงจะไม่เป็นไร........

 

.....................ไม่เป็นไร.....

 

แล้วทำไมถึงขอเลิกซะล่ะ?

คำถามของลุงดึงผมกลับเข้ามาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง

อา...นั่นสินะ......ผมยกแก้วเหล้าขึ้นจิบอีกรอบ ได้รับแอลกอฮอลล์บ้างก็รู้สึกโล่งดีเหมือนกัน ถึงมันจะไม่ค่อยดีกับอาชีพแบบผมก็เถอะ

อย่าตอบแบบขอไปทีแบบนั้นสิ!”

นี่ลุงจะทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นหรือแค่อยากฟังเรื่องชาวบ้านกันแน่เนี่ย...........

แหม่ เอาน่าๆๆ ลุงโบกมือแบบปัดๆ .....นี่ไม่ได้คิดจะช่วยกันเลยสินะครับ...

 

ผมกลับมาทบทวนความคิดของผมอีกครั้ง...

 

....ผมตอบเธอไปว่าเราคงเข้ากันไม่ได้....

 

........พอมาคิดดูอีกที ความจริงแล้ว....ที่งานอดิเรกของเธอมันแปลกประหลาดนั้นก็จริงอยู่....อาจจะเรียกได้ว่าถึงขั้นบ้าคลั่งด้วยซ้ำ......ผมเองบางครั้งก็รู้สึกรำคาญ....แต่ว่า.......

 

............ไม่รู้สิ....

 

.........ความจริงแล้ว......พอมานั่งนึกๆดูอีกที........เหตุผลที่จริงแล้วมัน.....ไม่ใช่ตรงนั้น.........

.............เหตุผล....ที่จริงแล้วน่ะ.....

 

ผม.......

 

ผมนั่งจ้องแก้วเหล้าในมือ....ขณะพยายามเรียบเรียงความคิดของผมออกมาเป็นประโยค

 

 

 

 

ไม่แน่ใจว่า...เธอรักผม....หรือรักคนอีกคนที่คล้ายกับผมกันแน่........

 

 

 

 

ผมพยายามยิ้มกับตัวเอง แต่มันก็คงจะกลายเป็นรอยยิ้มเศร้าๆ

ลุงที่นั่งมองดูอยู่...ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก

 

ผมเอง คืนนั้น ก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก

 

หลังจากที่ดื่มเสร็จ....ผมก็กลับบ้านไปด้วยความรู้สึกโหวงๆ

ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกของอิสระหรืออะไร....

ถ้าเป็นความอิสระจริงๆ มันก็แย่กว่าที่ผมคิดไว้อยู่โข....

 

 

....แบบนี้ถูกแล้วใช่ไหมนะ....?

 

........นั่นสินะ....

 

 

 

 

............เป็นแบบนี้ล่ะ ดีแล้ว...

 

 

 

.........................ดีแล้ว..............

 

 

 

 

 

 

*********************************

 

มันต่อจากคอมมิคเกริ่นเรื่องน่ะ

มุมมองของริชาร์ดบ้าง

 

ได้เขียนผู้ชายก็ เปลี่ยนบรรยากาศดีเหมือนกัน

สั้นดี ไม่ค่อยเวิ่นเว้อเหมือนเขียนนริน 555+

คิดว่า....ริชาร์ดคงได้มีบทมากกว่านี้ ในภายภาคหน้าแหละ

แต่ก็คงต้องดูกันต่อไป...

 

ปล. ไว้จะเอาประวัติชาร์มาลง อุฮิ๊

 

edit @ 19 Nov 2009 18:45:24 by ครูนริน

[BT] ธีเบริน่า

posted on 12 Nov 2009 01:13 by piccorin  in Art

 

 

 

ไหนๆก็วาดมาแล้ว แปะซะหน่อย (ก่อนจะไปนอน)

 

 

สดๆร้อนๆ...

เทพธิดาธิเบริน่า ณ ทะเลสาบ แอนด์ คุณ บล็องช์ กระต่ายเทพพิทักษ์แห่งเมืองบลอดเวนนั่นเอง...

 

วาดจนตีหนึ่ง วันนี้ตื่นตีห้า...

จะได้นอนไหมล่ะเนี่ย...

 

/จากไป