.
.
.
“เรา....เลิกกันเถอะ”
ผมเตรียมใจมาแล้วว่าวันนี้จะต้องพูดประโยคนี้
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น
ทั้งที่คิดเรื่องนี้มาหลายครั้งหลายหน ใช้เวลาไตร่ตรองมาเป็นอาทิตย์
.....แทนที่พูดออกไปแล้วจะเป็นการยกภูเขาออกจากอก
กลับกลายเป็นว่ามันกลับทำให้ผมรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นนรินนั่งนิ่งอึ้งอยู่ตรงหน้า
ดวงตาสีเข้มของเธอดูเหม่อลอยราวกับกำลังลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้วงอวกาศ
เธอไม่ได้แสดงอารมณ์รุนแรงออกมา
อย่างโกรธ ตีโพยตีพาย หรือร้องไห้ฟูมฟาย...กลับแค่นั่งนิ่งอยู่เฉยๆตรงนั้น
ดูแล้วเหมือนช็อคมากกว่าที่จะเป็นอาการสงบนิ่งใจเย็น....แต่การที่เธอนิ่งแบบนี้กลับทำให้ผมคิดว่าคงจะรู้สึกโล่งอกกว่านี้หากเธอลุกขึ้นมาตบผมสักฉาด
หรือด่าผมสักชุด....ซึ่งถึงจะหวังไว้บ้างก็เถอะ แต่ผมก็รู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้...
....ก็เธอคือนริน.....นี่นะ....
“ท....ทำไม....”
เสียงแหบพร่านั้นทำเอาหัวใจผมหล่นวูบ...
ผมเงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียงอย่างอัตโนมัติ
....เธอไม่ได้ส่งเสียงสะอื้นออกมาแต่ผมก็พอเดาได้จากร่างกายสั่นๆว่าเธอกำลังเก็บอาการสุดชีวิต
แล้วยังไหนจะยังดวงตาที่ฉ่ำน้ำอยู่นั่นอีก ...
ชั่ววินาทีหนึ่งผมรู้สึกเหมือนว่ากำลังก่อคดีร้ายแรงอะไรบางอย่าง
เหมือนกำลังทำความผิดใหญ่หลวงที่ไม่น่าได้รับการให้อภัย
เป็นชั่ววูบที่ความรู้สึกที่ย่ำแย่อยู่แล้วของผมพุ่งดึ่งลงเหวไปอีกหลายขุม
“.....ทำไม.......อึก...........ทำไม....กันคะ...”
เธอถามผมด้วยน้ำเสียงสั่นๆปนเสียงสะอื้นที่กลั้นไว้กลางคัน
ยังคงไม่มีน้ำตาสักหยดที่ไหลลงมาอาบแก้ม
ถึงอย่างนั้นก็ตามใบหน้าของเธอกลับแดงฉ่า....
ผมไม่กล้ามองหน้าเธอตรงๆ...
....ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
แต่ผมไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบขึ้นไปมองจริงๆ........ผมกลัวอะไร
ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน.....
.............สุดท้ายผมก็ไม่ได้ตอบคำถามนั้นไป........
.
“ฮ่าๆๆ ว่าไงชาร์ วันนี้ไม่ได้มาดื่มกับแฟนเรอะ?”
ลุงที่บาร์ถามผมอย่างเป็นกันเอง
คงเพราะผมกับนรินเคยมาที่นี่หลายครั้ง คุยกันจนสนิทพอสมควรละมั้ง
สนิทจนกระทั่งเขาติดชื่อเล่นประหลาดที่นรินเรียกผมด้วยซ้ำ...ปกติเขาเรียกผมด้วยชื่อนี้ผมก็ไม่ค่อยติดใจอะไรหรอก
แต่ว่ามาเรียกในเวลานี้มัน....ไม่รู้สิ....รู้สึกแย่แปลกๆ
....สิ่งที่เขาถามมา...ผมก็....ตอบไปตามตรง
“เราเลิกกันแล้วครับ...”
รอยยิ้มบนใบหน้าลุงหุบลงทันที
เขารีบรี่เข้ามาหาผม
รินเหล้าให้ผมอีกแก้ว นั่งลงจ้องผมด้วยสีหน้าเป็นห่วง ....แล้วลูกค้าคนอื่นล่ะครับ
“มา แก้วนี้ลุงเลี้ยงเอง...มีอะไรอยากเล่าให้ฟังรึเปล่าหลานชาย
เล่ามาได้เลยนะ ลุงพร้อมรับฟังเสมอ”
ลุงเอามือตบอกตัวเองด้วยสีหน้าจริงจัง....เอ่อ...แต่จะให้พูดจริงๆแบบตัดเยื่อใยก็คือผมไม่ค่อยมีอารมณ์อยากจะเล่าสักเท่าไหร่
“เอ่อ....ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก”
“ไม่เอาน่า ไม่เป็นไรน่า เล่ามาหน่อยเถอะจะได้สบายใจ”
“ผมก็ไม่ค่อยอะไรมากหรอก”
“จริงเร้ออ..”
....
......ผมยกเหล้าขึ้นมาจิบเพื่อเลี่ยงคำถาม
ลุงถอนหายใจเฮือกใหญ่
เท้าคางมองผมด้วยสีหน้าที่ผมก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าลุงกำลังคิดอะไรอยู่
“ใครเป็นคนบอกเลิกน่ะ แกบอกเลิกเธอรึเธอบอกเลิกแก”
ลุงเริ่มยิงคำถามเจาะจงมากขึ้น
ผมลดแก้วลงมาจากปาก...นิ่งไปพักนึง
“ผมเป็นคนขอเลิกเอง”
“แล้วนริน...เป็นไงบ้างล่ะ”
“ท....ทำไม...”
ภาพนรินที่ถามผมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแว่บเข้ามาให้หัวอีกรอบ
“นรินก็....ไม่ได้ว่าอะไรครับ...ไม่ได้ทำอะไรใหญ่โต ก็....เธอก็เป็นคนแบบนี้ละนะ...” ผมหรี่ตาลง นึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่...
หลังจากนั้นที่ผมไม่ได้ตอบอะไร
นรินก็เลยขอตัวกลับก่อน เธอยังคงพยายามทำตัวเหมือนปกติ
ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายออกมา....
ผมเห็นเธอเป็นแบบนั้นแล้วก็อดจะถามว่า
‘ให้ไปส่งไหม?’ ไม่ได้...
“ม...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ.........ไม่เป็นไรจริงๆนะ...”
....นั่นสินะ....ความจริงแล้วเธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอแบบนั้นหรอก....
........เธอคงไม่เป็นไร..........คงจะไม่เป็นไร........
.....................ไม่เป็นไร.....
“แล้วทำไมถึงขอเลิกซะล่ะ?”
คำถามของลุงดึงผมกลับเข้ามาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง
“อา...นั่นสินะ......” ผมยกแก้วเหล้าขึ้นจิบอีกรอบ
ได้รับแอลกอฮอลล์บ้างก็รู้สึกโล่งดีเหมือนกัน
ถึงมันจะไม่ค่อยดีกับอาชีพแบบผมก็เถอะ
“อย่าตอบแบบขอไปทีแบบนั้นสิ!”
“นี่ลุงจะทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นหรือแค่อยากฟังเรื่องชาวบ้านกันแน่เนี่ย...........”
“แหม่ เอาน่าๆๆ” ลุงโบกมือแบบปัดๆ
.....นี่ไม่ได้คิดจะช่วยกันเลยสินะครับ...
ผมกลับมาทบทวนความคิดของผมอีกครั้ง...
....ผมตอบเธอไปว่าเราคงเข้ากันไม่ได้....
........พอมาคิดดูอีกที
ความจริงแล้ว....ที่งานอดิเรกของเธอมันแปลกประหลาดนั้นก็จริงอยู่....อาจจะเรียกได้ว่าถึงขั้นบ้าคลั่งด้วยซ้ำ......ผมเองบางครั้งก็รู้สึกรำคาญ....แต่ว่า.......
............ไม่รู้สิ....
.........ความจริงแล้ว......พอมานั่งนึกๆดูอีกที........เหตุผลที่จริงแล้วมัน.....ไม่ใช่ตรงนั้น.........
.............เหตุผล....ที่จริงแล้วน่ะ.....
“ผม.......”
ผมนั่งจ้องแก้วเหล้าในมือ....ขณะพยายามเรียบเรียงความคิดของผมออกมาเป็นประโยค
“ไม่แน่ใจว่า...เธอรักผม....หรือรักคนอีกคนที่คล้ายกับผมกันแน่........”
ผมพยายามยิ้มกับตัวเอง
แต่มันก็คงจะกลายเป็นรอยยิ้มเศร้าๆ
ลุงที่นั่งมองดูอยู่...ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก
ผมเอง
คืนนั้น ก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก
หลังจากที่ดื่มเสร็จ....ผมก็กลับบ้านไปด้วยความรู้สึกโหวงๆ
ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกของอิสระหรืออะไร....
ถ้าเป็นความอิสระจริงๆ
มันก็แย่กว่าที่ผมคิดไว้อยู่โข....
....แบบนี้ถูกแล้วใช่ไหมนะ....?
........นั่นสินะ....
............เป็นแบบนี้ล่ะ
ดีแล้ว...
.........................ดีแล้ว..............
*********************************
มันต่อจากคอมมิคเกริ่นเรื่องน่ะ
มุมมองของริชาร์ดบ้าง
ได้เขียนผู้ชายก็
เปลี่ยนบรรยากาศดีเหมือนกัน
สั้นดี ไม่ค่อยเวิ่นเว้อเหมือนเขียนนริน 555+
คิดว่า....ริชาร์ดคงได้มีบทมากกว่านี้
ในภายภาคหน้าแหละ
แต่ก็คงต้องดูกันต่อไป...
ปล.
ไว้จะเอาประวัติชาร์มาลง อุฮิ๊
edit @ 19 Nov 2009 18:45:24 by ครูนริน