สวัสดีจ้ะ ครูชื่อนรินนะจ๊ะ ....นริน นฤทุมนารัตน์ ...เป็นครูสอนศิลปะแล้วต่อไปก็จะมาประจำชั้นที่ห้องนี้ด้วย แทนครูคนเก่าที่ลาออกไปน่ะจ่ะ  อ่า....ครูเพิ่งย้ายมาที่นี่ยังไม่ค่อยรู้ที่ทางอะไรมาก ถ้าทำอะไรผิดหรือบกพร่องตรงไหนก็ช่วยๆเตือนครูหน่อยก็แล้วกันน้า ฮะๆๆๆ ยังไงก็ฝากตัวด้วยนะจ๊ะทุกคน..

 

 

.....เดี๋ยวสิ..........นี่ทำไมถึงกลายเป็นว่าฉันฝากเนื้อฝากตัวกับลูกศิษย์ไปได้ล่ะเนี่ย..........

 

ตอนนี้ฉันกำลังยืนอยู่ที่โต๊ะอาจารย์หน้าห้อง นักเรียนทุกคนจ้องมาที่ฉันกันหน้าสลอน.......ความจริงก็ไม่ทุกคนหรอกค่ะ นักเรียนหลังห้องบางคนก็ยังดูไม่ค่อยจะสนใจกันสักเท่าไหร่ หลังห้องติดหน้าต่างทำเลทองแบบนี้ก็พอจะรู้ว่าเป็นนักเรียนประเภทไหนอะน้า...

 

....เอาน่า....วันแรกก็แบบนี้ล่ะ...

 

 

........วันนี้เป็นวันแรกของการสอนของฉันในโรงเรียน เซนต์ ไอเรียนนา แห่งนี้ค่ะ......

พระอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า นกร้องเจี๊ยวจ้าวอยู่นอกหน้าต่าง ลมเย็นๆของช่วงฤดูใบไม้ร่วง....ดูจะเป็นวันที่สดใสเหมาะกับการเริ่มงานใหม่ๆในที่ทำงานใหม่....

ถึงบรรยากาศจะสดใสแต่รู้สึกว่าอารมณ์ฉันจะขุ่นมัวชอบกล...

จะอะไรซะอีกล่ะคะ ก็เพราะสภาพเน็ตของบลอดเวนนี่ล่ะค่ะ เมื่อวันเสาร์นั่งต่อยังไงก็ต่อไม่ติด โน เดล ทูน อยู่ตั้งแต่สองทุ่มยันเที่ยงคืน ฮึก....พอวันรุ่งขึ้นจะไปติดต่อที่ตึกโทรคมนาคมที่เคยเห็นผ่านๆตอนนั่งรถคุณกราเซีย ก็กลายเป็นว่ากำลังดำเนินการสร้างซะงั้น! ไม่นะ นี่มันอะไรกันเนี่ย! เมืองนี้ไม่มีอินเตอร์เน็ตจริงๆอย่างนั้นเหรอคะ หรือว่านี่ฉันจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้โดยที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตจริงๆ....ไม่นะ! ถึงเมืองจะสวย อากาศจะดี ผู้คนจะเป็นมิตรก็เถอะ แต่ว่าถ้าไม่มีอินเตอร์เน็ต มันก็ไม่มีความหมายนะคะ..ฮึก....การใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีอินเตอร์เน็ตน่ะ~~~....

....orz....

 

วันนี้เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก โฮมรูมวันนี้ก็มาทำความรู้จักกันไว้ก่อน มีอะไรอยากถามเกี่ยวกับครูก็ถามมาได้เลยนะจ๊ะ แต่ฉันก็ยังมีงานที่ต้องทำอยู่...ถึงจะนอยๆอยู่หน่อยๆแต่จะมาทำหน้ามึนตึงใส่นักเรียนมันก็ใช่ที่อะนะคะ ....เมื่อชีวิตยังไม่สิ้นก็ยังต้องดิ้นกันต่อไป...

เริ่มมีเสียงซุบซิบฮือกันขึ้นมาในห้อง...ฉันเคยเจอปรากฏการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้วล่ะค่ะ ทุกครั้งที่นักเรียนชั้นใหม่เลื่อนชั้นขึ้นมานั่นล่ะ.......เอาล่ะ...เอาเลย..จะคำถามอะไรก็มาเลยยยย เคยเจอมาเกือบหมดทุกรูปแบบแล้วว...

 

มือๆนึกยกขึ้น

 

จ๊ะ..? ฉันมองไปทางเด็กคนนั้น เป็นเด็กผู้ชาย....อ่า ก็เป็นปกติที่เด็กผู้ชายจะกล้ากว่าเด็กผู้หญิงพอสมควรอะน้า

 

 

ครูมีแฟนรึยังครับ

 

 

....น่านนนน.....

 

 

นี่มันคำถามสากลโลกรึไงกันนะ...

จำได้ว่าตอนฉันเรียนที่ไทยเพื่อนก็ถามแบบนี้ ฝึกสอนที่ไทยก็มีนักเรียนถามแบบนี้ ที่โรงเรียนเก่าก็มีคนถามแบบนี้ และที่โรงเรียนนี้ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม....ฉันว่ามันคงเหมือนเป็นเครือข่ายอะไรสักอย่างล่ะค่ะ เชื่อมต่อสมองของนักเรียนทุกคนเข้าด้วยกัน พอมีครูใหม่มาก้จะมีศูนย์ควบคุมคำสั่งส่งคำสั่งมา ให้ถามว่า ครูมีแฟนรึยัง~~’

 

....แต่ว่า...โดนถามครั้งนี้มันทำให้กระเทือนมากกว่าครั้งอื่นอย่างบอกไม่ถูกนะคะ....อึก....

 

 

เอ่อ...ก็เคยมีน่ะจ่ะ... ฉันก็ตอบไปตามจริงแบบกลางๆล่ะค่ะ

เคยมีแสดงว่าตอนนี้เลิกกันแล้วสินะครับ!”

 

ฉึก!

ย....อย่ามาอนุมานอะไรถูกเป๊ะๆแบบนี้นะคะนักเรียนนนน....

 

ครูว่าจบประเด็นนี่ไปเถอะจ่ะ~~..... ฉันโบกมือปัดคำถามสุดชีวิต  เอาล่ะ มีใครคนอื่นอยากจะถามอะไรอีกไหมจ๊ะ?

ครูเป็นคนเอเชียเหรอคะ? คราวนี้เป็นเด็กผู้หญิงถามบ้าง สมเป็นเด็กผู้หญิงจริงๆ คำถามของเด็กผู้หญิงมักจะเป็นผู้เป็นคนเป็นสาระมีแก่นสารกว่าคำถามของเด็กผู้ชายเสมอค่ะ..แต่ก็ไม่ใช่ว่าเสมอไปอะนะ

 

จ๊ะ ครูเป็นคนไทยน่ะ ฉันตอบเธอกลับไปยิ้มๆ แหม่...แต่พูดว่าเป็นคนไทยแล้วก็รู้สึกอิ่มๆใจแปลกๆ สงสัยเพราะว่าไม่ได้กลับไทยมานานแล้วละมั้งน๊า.....

 

เริ่มมีเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง....อา...อันนี้ก็เคยเจออีกเหมือนกันนั่นแหละ..

 

ประเทศไทย ที่อยู่ใกล้ๆจีนรึเปล่าครับ!”

เอ่อ..มันใต้ลงมาแต่ก็ไม่ติดหรอกนะจ๊ะ อันที่จริงมันก็ใกล้อะนะถ้าเทียบกับบลอดเวนน่ะ มีเสียงหัวเราะนิดหน่อย ค่อยโล่งใจที่ไม่แป๊ก ขอบคุณที่ขำมุขครูนะคะนักเรียน...

มีทะเลแล้วก็ของถูกๆใช่ไหมคะ?

อ่า ใช่จ่ะ ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องพวกนี้เป็นปกติไม่แปลกที่จะมีคนถามอะนะ

แล้วก็มีกระเทยเยอะๆ แล้วบางคนก็เหมือนผู้หญิงจนแยกไม่ออกเลยใช่ไหมครับ?

เอ้อ ...นั่นก็...ใช่จ่ะ  ....นี่ขึ้นชื่อเรื่องแบบนี้ด้วยสินะ

แล้วครูเป็นกระเทยรึเปล่าอ่า...

ไม่ใช่จ้ะ!!!!” อะไรทำให้คิดแบบนั้นกัน!!!?!? ...เสียงฮาเริ่มมาอีกแล้วแฮะ

ครูขี่ช้างไปโรงเรียนรึเปล่าครับ?”

นี่มันศตวรรตที่ 21 แล้วนะจ๊ะ!” แล้วนี่ยังมีคนเชื่อเรื่องแบบนี้อยู่อีกเหรอเนี่ย!

 

หลังจากจบคำถามเกี่ยวกับประเทศไทยบ้านเกิด ก็เริ่มมาถึงคำถามเบสิกๆกันบ้างแล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวสิ...เดี๋ยวก่อน คำถามเบสิคๆมันควรจะถูกถามเร็วกว่านี้ไม่ใช่รึยังไงกันนะ!?

ครูอายุเท่าไหร่เหรอคะ คำถามนี้มาจากเด็กหญิงใส่แว่นคนนึง นั่งอยู่ติดหน้าห้อง

ฉันกระพริบตาปริบๆ แหม...ถามอายุผู้หญิงไม่สุภาพนะจ๊ะ ฉันพูดทีเล่นทีจริงไปงั้น แต่สุดท้ายก็ตอบคำถามอยู่ดี ตอนนี้ก็ยี่สิบเจ็ดจ่ะ มกราหน้าก็ยี่สิบแปดแล้ว

ใกล้สามสิบแล้วนะครับเนี่ยยยย

....เรื่องนั้นไม่ต้องย้ำก็ได้นะจ๊ะนักเรียน...

ครูมีงานอดิเรกไหมคะ?

เอ...จะว่ามีมันก็มีอะนะ........ ฉันลูบปลายคางเงยหน้าใช้ความคิด...อืม แต่จะเรียบเรียงออกมายังไงนี่สิ....

ยังไงฉันก็ไม่คิดจะปากโป้งเปิดความลับในวันแรกที่เข้าสอนหรอกนะคะ...

อืม...ก็ นอกจากวาดรูปก็ อ่านๆอะไรไปเรื่อยน่ะจ่ะ บางทีก็เล่นอินเตอร์เน็ตอะไรยังงั้น... ก็ไม่ได้เสริมไปหรอกนะคะว่าวาดแฟนอาร์ตกับอ่านหนังสือการ์ตูนแล้วก็เล่นเกมส์ออนไลน์น่ะ...

ครูอ่านอะไรเหรอคะ นิยาย..?

อืม....ก็ไม่เชิงอะนะจ๊ะ..

อ่านการ์ตูนเหรอครับ!?” นักเรียนชายคนนึงโพลงขึ้นมา

ฉันถึงกับนิ่งค้างไป.....สมองตื้อไปชั่วขณะ...

 

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงง~~!!!!!

 

เอาล่ะจ้า ออดดังแล้วก็ต้องเริม่เรียนกันแล้วล่ะนะ ครูเองก็ต้องไปประจำที่ห้องศิลป์เหมือนกัน ถ้ามีเรื่องอะไรก็ส่งเพื่อนไปตามครูที่นั่นได้นะจ๊ะ วันนี้ก็ตั้งใจเรียนกันให้ดีๆล่ะ ครูคงต้องขอตัวไปก่อน ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะจ๊ะ ฮะๆๆๆ

ฉันรีบรวบข้าวของขึ้นมาถือไว้ ยิ้มหวานให้ชั้นเรียนอีกหนึ่งครั้ง ก่อนจะรีบเผ่นออกไปนอกห้องด้วยความเร็ว 4.2วิ เหวี่ยงวงสวิงแขนปิดประตู ปั้ง!

 

 

เซฟ!!!

 

 

เฮ้ออออ....

ฉันเอนหลังพิงประตู เงยหน้าขึ้นถอนหายใจยาว รู้สึกเหมือนเพิ่งรอดจากกีโยตินประหารมาหมาดๆยังไงชอบกล

 

.........นี่สินะคะ ที่เขาเรียกว่า ระฆังช่วยชีวิต!!!....

 

 

 

คุณครับ

 

เสียงงึมงำดังมาจากทิศ12นาฬิกา ฉันสะดุ้งเฮือก! เงยขึ้นหันมองตรงไปข้างหน้า ....ก็พบว่าเป็นอาจารย์ชายคนนึงยืนอยู่ ดูจากหน้าตาแล้วท่าจะอายุมากกว่าฉัน ประมาณนี้ก็สัก สามสิบปลายๆละมั้งนะ? ไม่รู้สินะคะ เขาจ้องฉันด้วยดวงตาปรือๆ

คุณขวางทางผมอยู่น่ะ เขายังคงทำหน้าง่วงต่อไป น้ำเสียงงึมงำเนือยๆเหมือนเดิม แต่รู้สึกได้ถึงออร่าทะมึนก่อตัวเป็นแบ็คกราวน์อยู่เลยล่ะค่ะ...

ช..ช..เชิญค่า!” ฉันรีบเฟดหายไปยืนข้างประตูผายมือให้เขาทันที แทบจะโค้งคำนับเปิดประตูให้เขาแล้วด้วยซ้ำ!....มาคิดอีกทีก็ร