.

 

.

 

.



.

 

 

.

 

 

 

"นริน! นี่เธอมัวแต่ทำอะไรอยู่เนี่ย!"

 

 

 

 

 

 

 

ฉันนี้มันแย่จริงๆ...

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้ฉันกำลังวิ่งไปตามสถานที่ต่างๆในเมือง ในมือมีโทรศัพท์มือถือที่ขีดสัญญาณมีอยู่แค่ขีดเดียว...

 

ก็หาคลื่นน่ะสิคะ จะอะไรซะอีก

 

 

 

 

 

 

"มัวแต่หลงระเริงกับเมืองใหม่อยู่รึไง ถึงได้ลืมบ้านตัวเองสนิทขนาดนี้น่ะห๊ะ!?"

 

 

เสียงของคุณกราเซียในบทสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อครู่ยังดังก้องอยู่ในหัว

ความจริงมันอาจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆก็ได้...

 

 

"อ..เอ๋....ค..คุณกราเซีย"

"เมื่อกี้แม่เธอโทรมาที่โรงเรียนจากเมืองไทย ภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งๆแต่ก็พอคุยได้ละนะ...แต่ที่ฉันฉุนก็คือแม่เธอบอกว่าไม่ได้ข่าวจากเธอเลย ติดต่อก็ไม่ได้ นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!"

 

 

 

เป็นเรื่องจริง...ฉันลืมครอบครัวที่เมืองไทยไปเสียสนิท...

 

 

 

" จะโทรหาก็โทรไม่ติด ส่งจดหมายมาก็ไม่มีคนส่งกลับ ก็แหงล่ะสิเธอไม่ได้บอกที่บ้านนี่ว่าย้ายไปบลอดเวนจดหมายมันก็ส่งไปที่อพาร์ทเม้นต์เก่าของเธออยู่แล้ว นี่ฉันก็นึกว่าเธอบอกไปแล้ว แต่นี่ยังไม่ได้บอกอีกเหรอเนี่ย! ถึงตอนย้ายไปแรกๆจะไม่ติดต่อไปแต่ช่วงปีใหม่หรือเทศกาลยังไงก็น่าจะติดต่อกลับไปบ้างสิ! ที่บ้านเธอเขาเป็นห่วงมากเลยรู้ไหม! นี่เพราะไม่รู้จะทำยังไงเขาก็เลยโทรมาที่โรงเรียน ฉันฟังน้ำเสียงแม่เธอแล้วก็ไม่สบายใจจริงๆ...นี่! ฟังอยู่รึเปล่านริน!"

"อ..อ๋า!" ฉันตอบรับเลิ่กลั่ก สะดุ้งโหยงแทบจะทำมือถือหลุดมือไป"..ค..ค่ะ ฟังอยู่ค่ะคุณกราเซีย"  

"เรื่องคราวนี้เธอทำฉันอารมณ์เสียจริงๆนะเนี่ย นี่! ฟังให้ดีๆนะ พอฉันวางสายไปเนี่ยรีบติดต่อกลับไปหาครอบครัวเธอเลยรู้ไหม!"

"ค....ค่ะ!"

 

 

 

 

ความจริงฉันก็คิดจะติดต่อกลับบ้านไปอยู่ แต่ว่าช่วงแรกๆที่ย้ายเข้าก็มัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับการปรับตัวเลยลืมไปเสียสนิท..พอนึกได้อีกทีจะโทรกลับไปก็โทรไม่ติดซะงั้น! พ่อแม่ฉันไม่เล่นคอมพิวเตอร์ซะด้วย ก็กะว่าจะเขียนจดหมายแต่ก็มันแต่ผัดวันประกันพรุ่งจนลืมไปอีกรอบจนได้........orz...ฉันนี่มัน...แย่ชะมัดเลย

 

หลังจากคุณกราเซียวางสายไป ฉันก็รีบกดเบอร์โทรทางไกลกลับไปที่บ้าน.....

พอมองขีดสัญญาณก็พบว่าเหลืออยู่ขีดเดียว...

จริงสิ..โทรคราวที่แล้วมันก็ไม่มีสัญญาณนี่นา...

 

 

แล้วมันจะโทรข้ามทวีปกลับไปที่ไทยได้ยังไงล่ะค๊า!!!!!

 

 

 

 

"ที่นี่ก็ไม่มี..."

ฉันหอบแฮ่กเมื่อวิ่งมาถึงที่โรงเรียน วันนี้เป็นวันอาทิตย์โรงเรียนก็เลยดูร้างๆไปเลย ถึงจะพอมีคนอยู่บ้างก็เถอะ..

 

 

ไปที่ไหนถึงจะมีคลื่นกันนะ...

 

 

ฉันยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก เสยลูกผมหลานผมที่ตกลงมาปรกหน้ากลับขึ้นไปอยู่ในที่ที่มันควรจะอยู่ ...ยังไงกันนะ..เรื่องคลื่น.......ตอนนั้น...เหมือนเคยคุยกับอ.ไบรท์เรื่องนี้นะ.........

 

"เอ๋!? อาจารย์ ไบรท์แต่งงานแล้วเหรอคะ?"

จู่ๆฉันก็ถามขึ้นขณะที่ตรวจสมุดจดการบ้านของนักเรียนอยู่ในห้องพัก เปิดประเด็นสนทนาขึ้นมา

 "อืม"  เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงเนือยๆกับดวงตาปรือๆเหมือนปกติ มือก็พลิกการบ้านนักเรียนตรวจไปด้วย

"อ่ะ..งั้นเหรอคะ....... แล้วภรรยาล่ะคะ?" ความจริงก็คือฉันยังไม่เคยเห็นภรรยาของเขาเลยล่ะค่ะ

"เธอก็พักอยู่ที่โรงแรมกับผมนั่นแหละ" เขาผิดสมุดฉับ..คว้าอีกเล่มมาตรวจ "ตอนนี้เธอท้องเลยลาออกจากงานแล้ว แต่ช่วงปีใหม่นี่เธอบินกลับบ้านไปเยี่ยมญาติน่ะ"

"เอ๋....บินกลับบ้าน เป็นชาวต่างชาติเหรอคะ?"

"อืม...คนอินเดีย"

"คนอินเดีย!!! ล...แล้วเจอกันได้ยังไงคะเนี่ย"

"ก็ที่โรงเรียนนี้"

"ป..เป็นครูที่โรงเรียนนี้ด้วยเหรอ คะ!!!!!"

"เพราะลาติกาลาออกคุณถึงได้เข้ามาสอนแทนไง"

"เห๊ะ!!!!!!"

 

........คำพูดของคุณกราเซียในครั้งนั้นลอยกลับมาเข้าหัว.....

................ครูคนเก่าลาคลอด...

 

....อืม.........เข้าใจล่ะ....

 

"บ..แบบนั้นสินะคะ....อ่า..คนอินเดีย...."

"เมื่อคืนก็เพิ่งโทรไป...เห็นว่าที่บ้านเห่อลูกกันใหญ่ ทั้งๆที่ยังไม่คลอดน่ะนะ..."

"อ่า..งั้นสินะคะ.....ดีจังเลยน๊า....."

..............

"เดี๋ยวสิคะ โทรไปอินเดีย...โทรติดด้วยเหรอคะเนี่ย?"

"อืม"

"ห๊ะ! ที่บลอดเวนมีคลื่นด้วยเหรอคะ!!?"

"มีสิ"

"ที่ไหนกันคะ!!?"

"ทะเลไง"

"!!!"

 

 

 

"มันจะใช่เร้อ...."

 

 ฉันพึมพำ หัวเราะแห้งๆกับตัวเองพลางใช้มือปาดเหงื่อบนหน้าผาก....เหลือบมองขีดคลื่นบนจอโทรศัพท์ที่ไม่ได้มีทีท่าว่าจะกระดิกเพิ่มขึ้นมาเลยสักกะผีก.......ตอบว่า ที่ทะเลแบบนั้น อ.ไบรท์เขาปล่อยมุขหรืออะไรรึเปล่านะ.......

..........แต่เอาจริงๆ........ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วล่ะค่ะ...อึก......

 

ก็ต้องลองดูล่ะนะ...

 

พอคิดได้อย่างนั้นก็เลยรีบวิ่งไปที่ทะเล....

 

ตอนนี้เป็นช่วงบ่ายแก่ พระอาทิตย์อยู่ลับๆที่ปลายขอบฟ้า ท้องฟ้าก็เริ่มจะเป็นสีแดง....ทั้งๆที่สวยแต่วันนี้พอจ้องมันมากๆเข้าแล้วกลับรู้สึกมึนหัวไม่สบายใจอย่างประหลาด แม้แต่เสียงคลื่นที่กระทบหาดที่ปกติฟังแล้วจะรู้สึกสบายใจก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมาเลยสักนิด

"ติดสิ....ติดน่า..ติดนะๆๆๆๆ.." พึมพำไปก็กดมือถือไปด้วย อ่า..ยังไงกันนะ มือไม้สั่นไปหมดเลย สงสัยจะเพราะตื่นเต้น....เหนื่อยจากการวิ่งรอบเมืองด้วยล่ะ...อ่า ความจริงแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งเลยนี่นา...ทำไมเพิ่งมาคิดได้ตอนนี้ นะ...orz...บ้าจริง..นริน....บ้าจริงๆเลยนริน...

กดโทรออกไปอย่างกะเสี่ยงดวงเต็มที่ ฉันยกมือถือขึ้นแนบหู ฟังเสียงสัญญาณที่ดัง..

 

 

 

 

 

ครั้งที่หนึ่ง...

 

 

 

 

มันต้องติดสิน่า...

 

 

 

 

ครั้งที่สอง...

 

 

 

ทำไมถึงรู้สึกว่ามันยาวนานจัง....

 

 

 

 

ครั้งที่สาม...

 

 

 

 

ถ้าไม่ติดล่ะ...

 

 

 

 

ครั้งที่...

 

 

"นรินเหรอลูก!"

"แม่คะ!!!"

 

 

 ฉันร้องออกมาด้วยความดีใจ ยกมือขึ้นปิดปาก รู้สึกเหมือนจะร้องไห้...อ่า...ก่อนหน้านี้ลืมไปซะสนิท พอได้ยินเสียงแม่แบบนี้ก็...คิดถึงจัง.....คิดถึงจังเลย แม่คะ...

"ริน...รินขอโทษนะคะ คุณแม่ รินไม่ได้ติดต่อไปเลย..ริน......" อ่า..น้ำตาเริ่มไหลแล้ว....ฉันกลืนเสียงสะอื้นกลับลงคอไป........แย่จัง แย่จริงๆเลย  "...ไม่ได้คุย กับแม่มานานมาก ไม่ได้ติดต่อกลับไปเลย....สักนิด.....ย้ายบ้านก็ไม่ได้บอกแม่...อึก....รินขอโทษค่ะ....รินมันแย่ ...แย่จริงๆเลย.."

"ไม่เป็นไรๆ อย่าพูดแบบนั้นสิลูก.....อย่าโทษตัวเองเลย"

คำพูดของคุณแม่ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจเสมอ...

"ค...คุณแม่คะ..."

"เรื่องย้ายเมืองน่ะแม่รู้มาจากกราเซียแล้วล่ะ ถึงแม่จะไม่ว่าอะไรลูก แต่ว่าก็ควรจะติดต่อมาบ้างนะ หายเงียบไปนานๆแบบนี้ แม่เป็นห่วงนะรู้ไหม"

"...แม่คะ..ร..รินขอโทษค่ะ...ขอโทษ..." ฉันนึกคำอื่นนอกจากคำนี้ไม่ออกจริงๆ น้ำตาเริ่มไหลลงมาอาบแก้ม อ่า...รู้สึกแย่จริงๆที่พูดอะไรอย่างอื่นไม่ได้...

"บอกแล้วไงลูกว่าไม่เป็นไร...อ่า..ไม่ได้คุยกันนานมากเลยนะ..."

"น..นั่นสินะคะ.." ฉันยิ้ม ปาดน้ำตาออกไป

"แล้วงานที่นั่นเป็นยังไงบ้างล่ะ หือ..?"

"ดีค่ะ! ทุกคนใจดีมากเลยค่ะ!..นักเรียนก็น่ารัก...ไม่มี ปัญหาอะไรเลยล่ะค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง..."

 

"ดูท่าจะสบายมากเลยสินะ..."

"อึก...."

 

เสียงนี้มัน...

 

"ค..คุณพ่อคะ..."

"มีงานทำแล้วนี่ เดี๋ยวนี